Meet MyFriends! PAWS Bangkok & เอมี่

ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกที่อบอุ่นของ PAWS Bangkok ศูนย์พักพิงสัตว์เลี้ยงที่ทุ่มเททั้งใจในการทำงานเพื่อมอบความรัก การดูแล และโอกาสครั้งใหม่ในการมีชีวิตให้กับเพื่อนรักขนฟูของเรา ในเมืองกรุงเทพที่แสนวุ่นวาย PAWS Bangkok ดำเนินงานไปในทุก ๆ วันเพื่อเป็นหนทางแห่งความหวังและความเห็นอกเห็นใจที่คนในหลายชุมชนมีให้กับเจ้าน้องขาจรเพื่อนรัก

ในบทสัมภาษณ์นี้ เราพาทุกคนมาพูดคุยกับคุณเอมี่ ผู้ก่อตั้ง PAWS Bangkok เกี่ยวกับเรื่องราวของการเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ ความพยายามของทีมงานที่ทุ่มเททำงานอย่างไม่ลดละ เรื่องราวอบอุ่นหัวใจในการเข้าช่วยเหลือสัตว์ ข้อมูลเบื้องลึก และผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงที่ศูนย์พักพิงสัตว์เลี้ยงได้มอบให้กับชุมชนในแต่ละพื้นที่ รวมถึงสัตว์อีกมากมายหลายชีวิต!

แนะนำตัว

ฉันชื่อเอมี่ บารอน มาจากอเมริกาค่ะ อยู่ไทยมา 14 ปีแล้วค่ะ และนี่คือ PAWS Bangkok เราเป็นโครงการเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ โดยจะโฟกัสที่แมวเป็นหลัก เรามีศูนย์พักพิงแมวและก็เปิดให้คนมารับอุปการะแมวค่ะ เราอุปการะแมวประมาณ 300 ตัวต่อปี มีโครงการให้ความรู้สำหรับคนไทยในชุมชน สำหรับเด็ก ๆ ในโรงเรียนและสัตวแพทย์ เรามีส่วนเกี่ยวข้องในโปรเจคงานวิจัยของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ไม่ทำอันตราย ไม่ใช้สัตว์ในการทดลองค่ะ เราช่วยเหลือแมวต่าง ๆ มีการทำหมันแมวจร แล้วก็ทำงานร่วมกับคนที่ช่วยเหลือสัตว์ในท้องที่ที่ต้องการความช่วยเหลือค่ะ

PAWS Bangkok เปิดมานานแค่ไหนแล้ว

ประมาณ 11 ปีแล้วค่ะ เราเริ่มต้นตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2012 ตอนนั้นฉันทำงานให้กับอีกองค์กร ชื่อว่า SCAD มาจาก Soi Cats and Dogs ซึ่งเคยเป็น Soi Dog Rescue ในกรุงเทพมาก่อน พอมี Soi Dog ในภูเก็ต Soi Dog Rescue ก็กลายเป็น Soi Cats and Dogs ที่ฉันมาทำงานให้ค่ะ

ฉันเริ่มทำในปี 2009 พอพวกเขาต้องปิดตัวลง ฉันเลยระดมทุกเพื่อทำศูนย์พักพิงแมวนี้ต่อไปค่ะ

มีเคสไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษบ้างมั้ย

ทุกเคสเลยค่ะ ทั้งหมดเลย ตัวนี้จะเป็นหลักเลย เรื่องของเขาเป็นอะไรที่คนรู้กันดีมาก

เขาคือแมวรถไฟค่ะ ช่วยมาตอนคริสต์มาส 2014 เขาถูกรถไฟชนและต้องเสียขาซ้ายไปค่ะ แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เขายังไปไหนมาไหนได้ หายเป็นปกติเลยค่ะ ตอนที่มีคนพามาหาเรา มันผ่านไป 4-5 วันหลังจากอุบัติเหตุ แล้วก็ไม่มีใครทำอะไรเลยค่ะ มีคนพาเขาไปโรงพยาบาลสัตว์ แต่ไม่มีใครอยากดูแลเพราะไม่มีเงิน เขาเป็นแมวของวินคนขับสามล้อค่ะ เป็นแมวของชุมชนแถวนั้น จนมีผู้หญิงคนนึง เธอเป็นทหารเรือยศสูง ๆ ฉันไม่แน่ใจว่าตอนนี้เธอมีตำแหน่งอะไรแล้วนะคะ แต่อยู่ในทหารเรือ เธอเป็นคนที่จะคอยประสานงานให้ความช่วยเหลือ ให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือกับคนที่ช่วยได้มาเจอกัน

เธอถามฉันว่าจะช่วยได้บ้างมั้ยค่ะ หลาย ๆ คนก็บอกว่า “โอ้ มีแค่สองขา คงต้องให้น้องไปสบายแล้ว” แต่ตอนที่ฉันเจอเขา ฉันปฏิเสธทันทีเลยค่ะ แบบ “ไม่มีทาง”

ฉันให้ยาแก้ปวดที่เขาต้องการ ให้ยาแก้ปวดทันทีเลยค่ะ แล้วพอเช้าวันต่อมา เพื่อนของฉันก็ได้ทำการตัดขาของเขาออก เพราะตอนนั้นเขามีรูปที่มีกระดูกยื่นออกมา ภายในวันเดียวกันนั้นเลย เขาก็ออกมาจากกรงแล้วก็แล้วก็วิ่งไปทั่วเหมือนไม่เจ็บปวดเลยค่ะ ฉันคิดว่าจะต้องมีโปรแกรมฟื้นฟูกันสักหน่อย แต่ไม่ต้องเลยค่ะ

จนถึงตอนนี้เขาก็ เรามักจะพูดกันว่า “ห้าม แมวรถไฟห้ามขึ้นโต๊ะ” แบบ “ห้ามแมวรถไฟขึ้นโต๊ะ” เพราะเขาชอบกระโดดขึ้นโต๊ะแล้วก็ตบของหล่นหมดเลยค่ะ เขาเป็นแมวที่เจ๋งมากค่ะ เขาเป็นข้อพิสูจน์ของ Temple Grandin เคยบอกไว้ว่า “แทนที่จะคิดว่าสัตว์ทำอะไรไม่ได้บ้าง เราต้องคิดว่าสัตว์สามารถทำอะไรได้มากขนาดไหนมากกว่า”

ส่วนตัวนี้ เธอเป็นโลกของฉันเลยค่ะ ตอนนี้เธออายุ 7 ปีแล้วค่ะ เธอเคยเป็นแมวของรปภ.มาก่อน เคยอาศัยอยู่ในลานจอดรถของคอนโดที่นึง แล้วก็ถูกแท็กซี่ชนค่ะ เธอก็เลยเป็นอัมพาตที่ขาหลังทั้งสองข้าง แล้วก็มีอาการ เรียกว่า ไส้เลื่อนกระบังลม พูดง่าย ๆ ก็คืออวัยวะในช่องท้องทั้งหมดมันเข้าไปอยู่ในกระบังลมของเธอค่ะ เราทำการผ่าตัด แต่ดูเหมือนจะไม่รอด แต่สุดท้ายก็รอด เธอเป็นแมวที่แกร่งและเขี้ยวมาก ฉันรักเธอมาก ๆ เลยค่ะ เธอสามารถเข้าห้องน้ำได้ แต่ก็มีบางครั้งที่มีปัญหา อาจจะกลั้นไม่อยู่บ้าง แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมาก ๆ แล้วค่ะ

ถ้าหากอยากช่วยแมวจรต้องทำยังไงบ้าง

อันดับแรกคือต้องเข้าใจก่อนนะคะว่า ในกรุงเทพเนี่ยมีแมวจรเยอะมาก และแมวพวกนี้ก็อยู่กับชุมชนมาเป็นเวลา 50 กว่าปีแล้ว มันไม่ใช่ปัญหาที่ใหม่เลยค่ะ

เวลาที่เราเห็นแมวเหล่านี้ใช้ชีวิตอยู่ตามท้องถนน บางทีเขาก็อาจจะอยากอยู่ตรงนั้นมากกว่า มันเป็นอะไรที่ทำให้เรารู้สึกกลัว เพราะว่าบางทีน้อง ๆ เขาอาจจะป่วย หรืออาจจะถูกรถชน หรืออะไรแบบนั้น แต่ความจริงแล้วการพาแมวเหล่านี้เข้ามา และพาเขาไปอยู่ในสถานการณ์ที่เขาไม่อยากอยู่ มันอาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่เขาต้องการที่สุดก็ได้ค่ะ เราอาจจะได้ยินเรื่องของคนที่เขาเจอลูกแมว แล้วก็ไปเอาน้องออกมาจากแม่แมว หรือบางทีก็ไปขโมยแมวจรของคนอื่นมา คือถ้าจะทำแบบนั้น อย่างน้อยควรจะต้องมองหาคนที่คอยให้อาหารน้อง ๆ ก่อนนะคะ เพราะบางครั้งมันก็ยาก ที่เราให้อาหารแมวอยู่ดี ๆ มาวันนึงน้องก็หายไปแล้ว

ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากสำหรับชาวต่างชาติที่จะยอมรับเรื่องนี้ค่ะ มันเป็นวิธีคิดที่ค่อนข้างแตกต่าง เพราะอย่างในสหรัฐฯ ถ้าคุณเจอแมวข้างถนน คุณสามารถจับน้องแล้วพาไปศูนย์พักพิงที่เขา เขาจะฆ่าน้อง เราอยากจะทำสิ่งที่มันถูกต้องสำหรับแมว แต่เราจะต้องทำให้คนเข้าใจก่อนค่ะ ว่าการพาแมวไปศูนย์พักพิงมันอาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็นขนาดนั้น มันไม่จำเป็น เพราะแมวเขามีบ้านแล้วค่ะ มันแค่ไม่ใช่บ้านแบบที่เราคิดว่าควรมีแค่นั้นเอง

แล้วเราก็ต้องดูด้วยว่าแมวตัวนี้เป็นมิตรแค่ไหน เพราะแมวพวกนี้ ส่วนใหญ่เขาดุค่ะ หรือไม่ก็มีดุบ้าง พอไปเจอตัวที่เขาไม่อยากให้ช่วยเหลือ คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นตอนที่พาน้องเขาเข้ามาอยู่ในห้องห้องนึงกับแมวตัวอื่น ๆ คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นตอนที่พาเขามาอยู่รวมกันในเชลเตอร์ เขาจะมีความสุขมั้ยกับการติดอยู่ในห้องเดียวกัน หรือว่าจะยังมีคนมารับเลี้ยงมั้ยถ้าติดอยู่แต่ในห้องนั้น คือมันมีทั้งแมวที่เป็นมิตรและไม่เป็นมิตร แล้วเขาอาจจะต้องอยู่ในเชลเตอร์ไปตลอดชีวิต ถ้าหากว่าเป็นตัวคุณเองจะอยากอยู่ข้างนอกมากกว่ามั้ย ใช้ชีวิตของตัวเอง แล้วก็ไม่ต้องติดอยู่ในห้องห้องนึงไปตลอด

เราต้องคิดกันว่าสวัสดิภาพของสัตว์คืออะไร สวัสดิภาพสัตว์คือการที่เราให้สิ่งที่สัตว์ต้องการค่ะ และส่วนหนึ่งที่สัตว์ต้องการคือการที่เขาสามารถใช้ชีวิตด้วยไลฟ์สไตล์ที่อนุญาตให้เขาเป็นแมวได้ และถ้านั่นหมายถึงการอยู่บนถนน เขาก็ต้องอยู่แบบนั้นค่ะ เพราะฉะนั้น ถ้าหากคุณเจอแมวที่เขาป่วยก็ให้พาไปหาสัตวแพทย์ค่ะ ถ้าเขาป่วยแล้วเราอยากช่วยเขา เราก็ต้องตั้งใจช่วย

ค่าใช้จ่ายสำหรับโรงพยาบาลสัตว์ในไทยในหลาย ๆ ที่ไม่แพงมากค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องดีค่ะ เป็นสิ่งที่เราต้องทำถ้าอยากช่วยน้องแมว เพราะว่าที่นี่ไม่มีบริการจากรัฐ พวกการดูแลทางด้านการแพทย์น่ะค่ะ ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบตรงนี้ เราก็พยายามช่วยเท่าที่เราทำได้ แต่เรามีแค่เงินสนับสนุน เพราะเราพึ่งพาเงินบริจาคเท่านั้นเลยใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากจะช่วยสัตว์ก็สามารถพาไปหาสัตวแพทย์เองได้เลยค่ะ ถ้าอยากจะช่วยลูกแมวก็ต้องตั้งใจค่ะ รับน้อง ๆ แมวมา แล้วก็หาบ้านให้เขา เพราะว่ามีกลุ่มคนเล็ก ๆ มากมายที่คล้าย ๆ เรา คือไม่สามารถการันตีได้ว่าจะมีที่ให้กับน้อง ๆ ค่ะ

มีขั้นตอนการรับเลี้ยงยังไงบ้าง

ก็คือ ปกติเราจะเปิดให้อุปการะค่ะ จะมีคนมาให้เราสัมภาษณ์และมาเจอน้องแมว เราจะมองหาแมวและครอบครัวที่เหมาะสมกัน เรามีเกณฑ์หลัก ๆ สองข้อคือ อย่างแรก ต้องไม่ให้น้องออกมาที่ระเบียงหรือให้อยู่ใกล้หน้าต่างที่เปิดอยู่ค่ะ เพราะว่าภาวะการตกจากที่สูงมันเป้นเรื่องจริง และมีแมวตกจากระเบียงจริง ๆ ค่ะ เราก็จะเคร่งเรื่องกฎข้อนี้มาก ๆ อีกข้อก็คือ ถ้าหากคุณกำลังจะย้ายออกจากประเทศไทยก็ต้องพาแมวไปด้วยค่ะ แทนที่จะปล่อยน้องไว้กับพี่แม่บ้าน หรืออะไรแบบนั้นค่ะ

คือเราเข้าใจว่าสถานการณ์ในชีวิตคนเรามันเปลี่ยนได้ตลอด และเราพยายามไม่ไปตัดสินตรงนั้น แต่ประเด็นคือ ถ้าหากอยากจะเลี้ยงแมว ต้องทำด้วยความตั้งใจว่าเราจะเอาเขากลับไปด้วยนะ ต้องมีวางแผนเอาไว้ เพราะบางคนก็ตั้งใจจะมารับแมวไปเลี้ยงโดยที่คิดว่าเดี๋ยวจะยกให้คนอื่นก่อนย้ายประเทศ โดยเฉพาะตอนที่มีลูกแมวได้รับอุปการะออกไป มันเป็นเรื่องยากมากที่ พอเขารับไปตอนที่ยังเป็นเด็ก พอกลับมาแบบเป็นแมวโต แมวโตจะมีโอกาสได้รับอุปการะใหม่ได้ยากกว่าค่ะ เราก็เลยจะต้องพูดคุยถึงเรื่องพวกนี้กันก่อนค่ะ

มีบ้านอุปถัมภ์มั้ย ต้องทำอะไรบ้าง

มีค่ะ มีคนที่เป็นบ้านอุปถัมภ์ให้เรา เราต้องการบ้านอุปถัมภ์อยู่ตลอดเลยค่ะ สำหรับคนที่อาจจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกบัการเลี้ยงสัตว์ตัวนึงตลอดไป แล้วก็บางคนก็ชอบที่จะแค่อุปถัมภ์เฉย ๆ ค่ะ เราจะมีให้อุปถัมภ์น้องแมวเด็กที่ยังไม่พร้อมให้คนมารับไปเลี้ยง อาจจะใช้เวลาตั้งแต่ 2-6 สัปดาห์ หรือบางทีก็สองเดือนค่ะ พออายุได้ประมาณ 8 สัปดาห์ หนักหนึ่งกิโลกรัม ก็จะพามาที่นี่เพื่อเพื่อทำหมัน แล้วก็จะให้รับเลี้ยงได้ค่ะ บางครั้งก็มีให้แมวที่โตกว่าเข้าบ้านอุปถัมภ์ด้วยเหมือนกัน ถ้าหากว่าเขามีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมค่ะ แต่ยังไงก็เป็นแมวโตค่ะ

MyFriend: ถ้าอยากเป็นบ้านอุปถัมภ์ต้องทำยังไงบ้างคะ

ส่งข้อความมาหาเราได้เลยค่ะ

MyFriend: มีกฎอะไรเป็นพิเศษบ้างมั้ยคะ

คล้าย ๆ กันกับของรับอุปการะเลยค่ะ ต้องไม่มีระเบียง ต้องสามารถที่จะดูแลแมวตัวนั้นได้ และเอาน้องมาคืนเมื่อถึงเวลาที่ต้องคืนค่ะ อาจจะแนะนำคนรับเลี้ยงให้เราได้ แต่ไม่สามารถรับเลี้ยงไว้เองได้ค่ะ

MyFriend: บ้านอุปถัมภ์คือต้องดูแลน้องตลอดเวลาเลยมั้ยคะ อย่างคนที่ทำงานเก้าโมงเช้าเลิกห้าโมงเย็นก็เป็นได้มั้ยคะ ยกตัวอย่าง

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นะคะ ถ้าเป็นแมวโตก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าเป็นลูกแมวตัวเดียวก็คงจะไม่ได้ ถ้าลูกแมวสองตัวหรือทั้งคอก น้อง ๆ ก็อยู่กันได้ค่ะ

คนรักแมวสามารถมาทำงานจิตอาสาได้บ้างมั้ย

ตอนนี้เรายังไม่รับอาสาสมัครสักเท่าไหร่ค่ะ เพราะเรากำลังพัฒนาโปรแกรมอาสาสมัครให้ดีขึ้นอยู่ กำลังอยู่ในช่วงดำเนินงานอยู่ค่ะ พอดีคาเฟ่เก่าของเรา เมื่อก่อนทำงานต้องมีอาสาสมัครเยอะมาก แต่ที่นี่ไม่ต้องมีเลยค่ะ ที่ต้องการคนอาสามาก ๆ เลยคือบ้านอุปถัมภ์ค่ะ หรือว่าถ้าเป็นกลุ่มของอาสาสมัครอยากจะรวมตัวกันแล้วทำกิจกรรม เช่น ขายขนม หรือส่งอาหาร อะไรแบบนี้ เป็น กิจกรรมระดมทุนก็ได้ค่ะ ด้วยความที่เป็นศูนย์พักพิงสัตว์ เราก็เลยขาดแคลนตรงนี้มากกว่า

PAWS Bangkok รับบริจาคอะไรบ้าง

เรารับบริจาคอาหารเม็ดตลอดค่ะ ถ้าเป็นวิสกัสก็จะดีเลยค่ะ เพราะว่าเป็นอาหารที่เราให้แมวส่วนใหญ่ แล้วก็มีอาหารชนิดพิเศษบางอย่างที่เราต้องการ เรายินดีรับอาหารเปียกตลอดเช่นกันค่ะ ต้องการของพวกทิชชู่อเนกประสงค์ สบู่ล้างมือ หรือสบู่อาบน้ำที่เราเอามาใช้เป็นสบู่ล้างมือก็ได้ค่ะ ที่เราต้องการที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องเงินค่ะ เรามีพนักงานฟูลไทม์คนไทยสองคน อีกคนเป็นพาร์ทไทม์ เรามีสัตวแพทย์ฟูลไทม์ แล้วก็พาร์ทไทม์ด้วย เป็นเงินเดือนที่เราจะต้องจ่าย ส่วนตัวฉันไม่ได้รับเงินเดือนค่ะ คนอื่น ๆ ก็เป็นอาสาสมัครด้วยเหมือนกัน เราต้องจ่ายค่าเช่าบ้านแล้วก็ค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่ตลอดค่ะ นอกจากนี้ก็จะมีต้องการของใช้ทางการแพทย์ จะมีพวกยา วัคซีน ชุดตรวจ เราต้องตรวจเลือดด้วยค่ะ

เราอยากให้แมวแต่ละตัวเติบโตมาอย่างแข็งแรงค่ะ จะมีค่าใช้จ่ายประมาณตัวละ 2,000 บาท เพราะเราต้องทำหมัน เราทำการผ่าตัดที่นี่ ส่วนใหญ่ก็จะผ่านการผ่าตัดทำหมัน เราสามารถทำการผ่าตัดควักลูกตา ไส้เลื่อน ทำแผล เราสามารถทำการรักษาเหล่านี้ได้ ขอแค่ไม่ได้เป็นเหตุฉุกเฉินที่ต้องมีคนดูแลแบบ 24 ชั่วโมงค่ะ แสดงว่า ถ้ามีสัตว์ที่ต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ ตรงนี้ก็จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เราต้องเสียเพิ่มอีกค่ะ

มีอะไรอยากจะฝากกับผู้ชมบ้างมั้ย

อยากฝากไว้ว่า ยิ่งเราได้รับบริจาคมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช่วยสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้นค่ะ เรามีทรัพยากรที่จำกัดมากจริง ๆ เรามีแมวอยู่ในตึกนี้เยอะมาก ตอนนี้ก็ประมาณ 70 ตัวแล้ว ถ้ามีเหตุฉุกเฉินที่คนทิ้งแมวที่เลี้ยงไว้เยอะมาก ๆ เราก็ต้องรับเข้ามาอีก ก็อยากให้ทุกคนลองทบทวนดูอีกครั้งค่ะ ว่าสิ่งที่สัตว์เหล่านี้ต้องการจริง ๆ คืออะไร

โชคร้ายที่ที่นี่ไม่ได้มีการบริการจากภาครัฐอย่างที่อื่น ๆ เราพยายามช่วยน้อง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่พอไม่มีทรัพยากรมากพอ เราก็ทำไม่ได้แล้วค่ะ พวกเขาต้องการเชลเตอร์ที่ดี ต้องการการดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสม ต้องการมิตรภาพที่เหมาะสม หรือไม่ก็ไม่เลยยังดีกว่า เขาต้องสามารถที่จะแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของตัวเองออกมาได้ค่ะ

เราอยากที่จะสร้างโปรแกรมให้ความรู้ให้มากกว่านี้ค่ะ เพื่อจะได้กระจายความรู้เกี่ยวกับโมเดลนี้ หวังว่าผู้คนจะเข้าใจว่าคุณไม่สามารถที่จะเอาสัตว์ไปเก็บไว้เป็นโกดังได้ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมากค่ะ คือถ้าหากไปที่สถานรับเลี้ยงสัตว์พิการอะไรแบบนี้ จะเห็นเลยว่ามันเป็นโกดังที่มีหมาเป็นพันตัวได้ ซึ่งคุณภาพชีวิตของน้อง ๆ หมาเหล่านี้ก็ไม่ได้ดีเลย มันไม่ใช่ชีวิตที่พวกเขาต้องการ ไม่ใช่ชีวิตที่ยอมรับได้เลยค่ะ แล้วคนก็ทำเงินจากวิธีนี้กันเยอะมาก ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นเราเลยอยากให้ผู้คนเลิกคิดที่จะเอาเขาออกมาจากถนนค่ะ

ที่ PAWS Bangkok สัตว์เลี้ยงทุกตัวที่พัดหางอย่างสบายใจ ส่งเสียงเพอร์เบา ๆ หรือกระโดดพุ่งไปมาด้วยความขี้เล่นนั้น เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดีถึงความตั้งใจในการทุ่มเทให้กับสวัสดิการสัตว์ ด้วยภารกิจที่จะช่วยเหลือ ฟื้นฟู และหาบ้านให้กับสัตว์ที่ถูกทิ้ง ถูกทำร้าย และสัตว์จร ศูนย์พักพิงสัตว์เลี้ยงนี้ได้ทำหน้าที่ของตัวเองในการเป็นชูชีพช่วยชีวิตของน้อง ๆ เหล่านี้ที่ถูกลืม

PAWS Bangkok ได้ทุ่มเทในการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง และยังได้สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลี้ยงสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงความสำคัญของการทำหมันเพื่อช่วยลดปัญหาประชากรสัตว์เลี้ยงล้นโลกอีกด้วย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของ PAWS Bangkok ที่ที่ความเห็นอกเห็นใจมีเผื่อแผ่ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และทุกชีวิตได้รับโอกาสในการก้าวต่อไปบนโลกใบนี้อีกครั้ง

สัปดาห์หน้า MyFriend จะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับใคร อย่าลืมมาติดตามกัน!


💙 Meet MyFriends! พาทุกคนไปทำความรู้จักเพื่อนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ เจ้าของธุรกิจสัตว์เลี้ยง และผู้เชี่ยวชาญอีกมากมายที่พร้อมมาแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ให้กับชาวเพ็ทเลิฟเวอร์แบบหมดเปลือก!

🐶🐱 MyFriend แอปของเหล่าสัตว์เลี้ยง ให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลเจ้าน้องเพื่อนซี้ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยบริการและคอนเทนต์สนุก ๆ มากมาย!

Author

Enjoyed the article? Share with a Friend!